สลดติดโ ค วิ ดทั้งบ้าน แม่ดับแต่หาวัดเผาไม่ได้ ชาวบ้านผวา-ขวางไม่ยอม

ข่าววันใหม่

สลดติดโควิดทั้งบ้าน แม่ดับแต่หาวัดเผาไม่ได้ ชาวบ้านผวา-ขวางไม่ยอม จนท.ช่วยแล้ว หาวัดเผาศพได้แล้ว เตรียมช่วยดำเนินบ่ายวันนี้

จากเหตุการณ์ที่สมาชิกอบต.เตรียมนำร่างหญิงวัย 76 ปี ที่ป่วยเป็นโควิดเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ของจ.ฉะเชิงเทรา ไปทำการเผาที่วัด แต่กลับถูกชาวบ้านตามชุมชนในวัดต่างๆ ไม่ยินยอมให้นำศพไปเผา ขณะที่คนในชุมชนต่างหวั่นวิตกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่างปิดบ้านเงียบ หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อ 4 หลังคาเรือนถูกนำไปรักษาแล้วหลายราย

.

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.64 นางอภิญญา เชื้อเงิน อายุ 63 ปี สมาชิกอบต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เผยว่า น.ส.พัชมน อายุ 51 ปี ชาวต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ติดต่อมาหาว่ามารดาเสียชีวิตจากการติดโควิด-19 เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค. ที่โรงพยาบาลพุทธโสธร จึงให้ตนช่วยหาวัด เพื่อนำร่างแม่ไปฌาปนกิจ ซึ่งพยายามไปหาวัดในการจัดพิธีฌาปนกิจศพให้แล้วถึง 4-5 วัด แต่ได้รับการปฏิเสธจากชาวบ้านโดยรอบ ไม่ให้นำร่างแม่มาเผา แต่วัดทุกแห่งที่ไปติดต่อ ทางเจ้าอาวาสยินดีที่จะให้นำศพมาเผา แต่ชาวบ้านนั้นไม่ยอม

ล่าสุดวันนี้ได้รับการประสานมาจากวัดอุดมมงคล หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ ให้นำร่างของผู้ตายไปเผาได้ ซึ่งตนต้องเดินทางไปเซ็นรับศพที่โรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตไปฌาปนกิจในช่วงบ่ายวันนี้

นางอภิญญา เผยเพิ่มเติมว่า หลังชาวบ้านในชุมชนกว่า 600 หลังคาเรือนในหมู่บ้าน ทราบข่าวว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากโควิด-19 นั้น ทุกต่างวิตกกังวล เนื่องจากมีผู้ป่วย 4 หลังคาเรือนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ถูกรับตัวออกไปรักษา ทำให้วันนี้ภายในหมู่บ้าน ไม่ค่อยมีรถสัญจรไปมา ลูกบ้านต่างพากันอยู่แต่ภายในบ้าน เพราะเกรงกลัวไม่รู้ว่าภายในหมู่บ้าน สถานที่ไหนเสี่ยงหรือสถานที่ไหนปลอดภัย ซึ่งตนก็เป็นอสม.และได้ประชาสัมพันธ์ทางเสียงตามสายของชุมชน ในข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงวิตกกังวล

“เรื่องราวผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 นั้นเกิดขึ้นจากชาวบ้านไม่ยินยอมให้นำร่างเข้าไปเผายังภายในเมรุ โดยลูกสาวของผู้เสียชีวิตนั้น ก็ป่วยเป็นโควิด-19 กันหมดทั้งครอบครัวรวม 4 คน เหลือเพียงหลานสาววัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือน ซึ่งเป็นบุตรสาวของน้องสาวคนเล็กเพียงคนเดียวที่ยังตรวจหาเชื้อไม่พบ

สาเหตุของการติดเชื้อ เกิดจากน้องสาวคนสุดท้องวัย 43 ปี ซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ภายในรพ.แห่งหนึ่งที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำพาเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดสู่คนในครอบครัว หลังจากกลับมานอนพักที่บ้าน ต่อมาได้ตรวจพบน้องสาวเป็นผู้ติดเชื้อ จึงทำให้คนในครอบครัวทั้งหมดต้องไปตรวจหาเชื้อ และได้รับผลการตรวจยืนยันออกมาว่าเป็นผู้ติดเชื้อเกือบหมดทั้งบ้าน”

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *