โซเชียล งง! ทหารพรานฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด ชายแดนไทย-เมียนมา

ข่าววันใหม่

สื่อโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ภาพและการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร หลังฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ด้านนักวิชาการชี้ไม่มีประโยชน์ แถมเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยทวิตเตอร์ PRD กรมประชาสัมพันธ์ โดยระบุว่า “ชายแดนก็ต้องปลอดโควิด ทหารพราน 36 ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 5 พื้นที่รองรับ ภายหลังผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาเดินทางกลับยังภูมิลำเนา ภายหลังภาพดังกล่าวถูกเผยเเพร่ออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการฉีดน้ำยาบริเวณชายแดน

.

ก่อนหน้านี้สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย เคยออกมาระบุถึงการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบนตัวบุคคลหรือสถานที่เพื่อทำลายเชื้อสาเหตุของโควิด-19 ว่าไม่มีความจำเป็นต้องฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรืออบฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีต่าง ๆ บนถนน สถานที่สาธารณะ หรืออาคารบ้านเรือนใด ๆ ไม่ว่าในสถานที่นั้นจะมีผู้ป่วยโรคนี้หรือไม่ การปฏิบัติดังกล่าวเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้หากในบริเวณนั้นมีเสมหะหรือสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่ยังไม่แห้ง การฉีดพ่นน้ำยาอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายขึ้นมาเป็นอันตรายได้ หากจะทำความสะอาดแนะนำให้ใช้วิธีเช็คถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่า การนำสารเคมียาฆ่าเชื้อมาฉีดพ่นตามถนนและพื้นที่สาธารณะนอกจากไม่ได้ผลในการควบคุมโรค (แหล่งแพร่เชื้อโรคคือร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อ ควรควบคุมตรงการคลุกคลีกันระหว่างผู้คนมากกว่า) ยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะเชื้อไวรัสสามารถตายได้โดยไม่ยาก ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงและแสงแดดจัด และที่สำคัญคือทำให้หลงเข้าใจผิดว่าป้องกันโรคได้ ทำให้คนในชุมชนอาจไม่ระมัดระวังตนเองเพียงพอ หลังจากเคยมีการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อไปแล้ว แถมจะมีอันตรายแก่ประชาชนและสัตว์เลี้ยง ที่สูดดมหรือสัมผัสสารเคมีเข้าไปได้ด้วยนะครับ

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *