หัวคะแนนร้องกองปราบ! อ้างพรรคการเมืองเบี้ยวค่าซื้อเสียง ทำเดือดร้อน

ข่าววันใหม่

นายเทพฤทธิ์ ชัยภูมิพิทักษ์ ทนายความ พร้อมด้วย หัวคะแนนพรรคการเมืองหนึ่ง อายุ 47 ปี เดินทางไปยังกองปราบปราม เพื่อติดตามความคืบหน้ากับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หลังเคยเข้าแจ้งความ ถูกผู้ลงสมัคร สก. เขตสายไหม รายหนึ่งเบี้ยวเงินซื้อเสียง ทำให้ชาวบ้านที่ยอมให้สำเนาบัตรประชาชนไป เกิดความไม่พอใจที่ไม่ได้เงินตามที่ตกลง จนไปปิดล้อมห้องพักของหัวคะแนน และนำกาวมาหยอดแม่กุญแจ ทำให้เข้าห้องพักไม่ได้มานานกว่า 1 เดือน

หัวคะแนนรายนี้ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับพรรคดังกล่าว และช่วงการเลือกตั้ง ผู้สมัคร สก. พรรคดังกล่าว มาขอให้ตนเองช่วยหาเสียงให้ ซึ่งตอนนั้นตนเองไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย และเห็นว่าช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา พรรคดังกล่าวก็ช่วยเหลือตนเองมาตลอด จึงตกลงช่วยเพื่อตอบแทนบุญคุณ

.

.

โดยพรรคได้นัดหมายให้ตนเองไปพบ แต่เนื่องจากตนเองไม่ค่อยรู้จักใคร จึงให้เพื่อนมาช่วยหาคน และพาเพื่อนไปพูดคุยกับพรรคด้วย โดยพรรคฯ กำหนดให้ไปหาคนและขอสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้านมา พร้อมข้อมูลชื่อและเบอร์โทรศัพท์เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขตสายไหม พร้อมสัญญาจะจ่ายให้หัวละ 500 บาท โดยจะหักค่านายหน้าให้เพื่อนตนเองหัวละ 100 บาท และให้ชาวบ้านเจ้าของบัตรประชาชนคนละ 400 บาท ส่วนตนเองไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ

หลังจากนั้นเพื่อนก็นำสำเนาบัตรประชาชนและข้อมูลต่างๆ ของชาวบ้านมาให้ตนเอง 115 คน ซึ่งตนเป็นคนนำไปส่งมอบให้พรรคทั้งหมด จนสุดท้ายพรรคส่งเอกสารและเงินคืนมา เฉพาะคนที่มีสิทธิรับเลือกตั้ง 65 คน โดยเพื่อนตนเป็นคนจัดการ ส่วนตนเองไม่ทราบรายละเอียด และอีก 50 คนที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือไม่เข้าเงื่อนไข พรรคไม่ได้จ่ายเงินหรือคืนเอกสารมา

ทำให้วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านที่ไม่ได้รับเงินไม่พอใจ และมาบุกห้องพักตนเอง เพราะเข้าใจว่าตนเองเป็นคนจัดการเรื่องเงิน เนื่องจากเพื่อนคนกลาง เป็นคนโยนความผิดมาที่ตนเอง ซึ่งกลุ่มชาวบ้านที่ไม่พอใจได้ มีการข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย จะเอามีดฟัน และมาปิดล้อมห้องพัก จนตนเองต้องหนีออกหลังห้องพัก แต่สุดท้ายก็กลับเข้าห้องไม่ได้ เพราะชาวบ้านนำกาวมาหยอดใส่แม่กุญแจ ที่ตนเองฝากเพื่อนมาใส่ไว้หลังหลบหนี ทำให้ไขเข้าห้องไม่ได้จนถึงปัจจุบัน นานกว่า 1 เดือน

โดยในวันนี้ (21 มิ.ย.) เมื่อเสร็จสิ้นการติดตามคดี ทนายความพร้อมผู้เสียหาย ได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปที่ห้องพักของทางผู้เสียหาย เพื่อทำการช่วยเหลือตัดแม่กุญแจที่ถูกหยอดกาวไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเข้าไปในห้อง และขนของทรัพย์สินต่างๆ ออกได้ โดยทีมข่าวได้รับการอนุญาตจากทางนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ และทางผู้เสียหายยืนยันว่าต่อจากนี้จะไม่พักอาศัยที่ห้องดังกล่าวอีก และจะขนของออกให้หมดภายในเย็นวันนี้

นายเทพฤทธิ์ ทนายความ ระบุว่าในส่วนของคดีดังกล่าวได้มีการเดินทางเข้าแจ้งความไว้กับทางกองปราบปรามช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาขณะที่ในส่วนตัวก็ยังได้มีการยื่นร้องเรียนไปยัง กกต. ไว้ด้วยเช่นกัน คาดว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *