บิ๊กมีสีขู่ ษิทรา อย่าจุ้นคดีแตงโม ตั้มลั่นใครถูกจับจะช่วย “เดชา” ปัดขัดแย้งย้ายข้าง (คลิป)

ข่าววันใหม่

คดี แตงโม เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 65 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขู่กันฟ่อ ๆ เลยนะครับ ผมต้องกลัวไหม?” ก่อนจะเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “ผมเข้าใจความรู้สึกของทุก ๆ คนนะครับ เราไม่ต่างกัน ผมดูและกำลังคิดอยู่ สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้รอบคอบที่สุดครับ”

นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังระบุไว้ว่า “วันที่ผมพบ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ผมได้ขอแล้วนะครับ อย่าดำเนินคดีประชาชน ที่เค้าช่วยหาข้อมูล ผิดบ้างถูกบ้างแต่ทุกคนก็ตั้งใจไขความจริง จะไล่ฟ้องดะ ทำแบบนี้องค์กรยิ่งตกต่ำไม่ต้องโทษใครเลย ถ้าจะดำเนินคดี ผมขอเป็นคนแรกนะครับ”

ทนายตั้ม กล่าวว่า ตนได้รับสายจากนายตำรวจระดับสูงโทรศัพท์มาเตือนเกี่ยวกับคดีแตงโม ว่าอย่าเคลื่อนไหวหรืออย่าเข้ามายุ่งอีก หากเข้ามายุ่งจะมีการดำเนินคดี และไม่รับรองความปลอดภัยของตน ส่วนการดำเนินคดีกับคนโซเชียลฯ ที่ช่วยหาหลักฐานในคดีของแตงโม แต่กลับไม่ตรงกับสำนวนหรือการสืบสวนของตำรวจ ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผบช.ภาค 1 ผ่านโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้ขออย่าดำเนินคดีกับคนในโลกโซเชียลฯ เพราะตนมองว่าทุกคนอยากให้ความจริงปรากฏ หากดำเนินคดีจริงก็ขอให้ดำเนินคดีกับตนเป็นคนแรก ทั้งนี้ หากประชาชนคนไหนที่โดนดำเนินคดีก็ให้ติดต่อมาที่ตนได้เลย ตนยินดีช่วยเหลือและไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

เวลา 12.30 น. ที่สภ.เมืองนนทบุรี ทนายรัชพล ศิริสาคร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังถูกเชิญตัวมาเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ในคดีที่ทนายรัชพล แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนบนเรือสปีดโบ๊ตลำที่เกิดเหตุ เพราะขัดขืนไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

ทนายรัชพล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจตั้งข้อหาประมาทฯ กับไฮโซปอและนายโรเบิร์ต การโกนผมถือศีลเช่นนี้ สามารถใช้อ้างต่อศาลได้ว่าสำนึกผิดจริงในสิ่งที่กระทำ คือ ข้อหากระทำประมาทเป็นเหตุให้มีคนตาย เมื่อศาลเห็นก็อาจจะลดโทษ หรือลงโทษสถานเบา ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือสารภาพว่าความจริงคืออะไรจะได้ลดโทษมากกว่า

“อย่างที่บอกว่าคดีนี้มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพียง 5 คน และคดียังเป็นปริศนา ยังไม่มีคลี่คลาย แต่หากมีใครไปให้การต่อศาล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งทั้ง 5 คนไม่มีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเลย แต่หากหลักฐานมัดตัวแน่น และไปสารภาพต่อศาลก็ไม่เป็นผล อาจจะไม่ได้ลดโทษ ขณะที่ล่าสุดยังหาสาเหตุต่าง ๆ ไม่ได้ หากไปสารภาพย่อมเป็นประโยชน์เป็นเหตุให้ศาลพิจารณาโทษให้น้อยลง และเป็นเหตุให้บรรเทาโทษได้ การบวชก็มองว่าเป็นการสำนึกผิด เพราะบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญไปให้ผู้เสียชีวิต มีเจตนาให้ผลร้ายกลายเป็นดี” ทนายรัชพล กล่าว 

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่าย ทนายคลายทุกข์ ในฐานะที่ปรึกษาคดีแตงโม กล่าวยืนยันว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้เดินทางไปฟังผลผ่าชันสูตรศพในรอบที่ 2 เพราะเชื่อมั่นในผลชันสูตรพลิกศพรอบที่ 1 ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ หลังจากที่ได้เข้าไปดูผลการชันสูตรเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ในมุมของตนถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่นิติเวชตอบชัดแล้ว จึงไม่ได้ติดใจหรือคาใจ แต่ในเมื่อคุณแม่ยังอยากจะผ่าชันสูตรรอบ 2 ตนจึงดำเนินการช่วยประสานเท่านั้นเอง 

ทั้งนี้ ในมุมของตนไม่ขอเข้าไปเป็นผู้สังเกตการณ์ เพราะ 11 จุดข้อสงสัย ก็เป็น 11 จุดเดิมที่ถามไปตั้งแต่รอบแรก ตนยืนยันคำถามในใจตนเคลียร์หมดแล้ว และไม่ได้ถอนตัวออกจากการเป็นที่ปรึกษา อีกทั้งไม่ใช่ว่าทัวร์ลงแล้วกลัวไม่กล้าสู่หน้า แต่เพราะก่อนหน้านี้พอแถลงเสร็จกลับมีทัวร์มาลงหาว่าเปลี่ยนไป

เมื่อถามถึงกรณีที่ทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊ก “ขู่กันฟ่อ ๆ เลยนะครับ ผมต้องกลัวไหม?” ทนายเดชา กล่าวว่า ตนไม่ได้ทะเลาะกันหรือมีปัญหากันแต่อย่างใด เพราะตนได้โทรไปเคลียร์แล้วว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ได้หมายถึงตน ทั้งนี้ ตนยังรักกันเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหากัน แต่ตนไม่สามารถบอกได้ว่าทนายตั้มหมายถึงใคร ลองไปถามทนายตั้มจะดีกว่า 

“ผมเป็นทนายความในคดี การพูดการจาจะเป็นเหมือนทนายทั่ว ๆ ไปไม่ได้ เพราะมันมีกรอบจริยธรรมวิชาชีพ และต้องทำงานกับตำรวจ แต่หากคดีไหนที่เราไม่เกี่ยวข้อง เราก็ไปในฐานะวิพากษ์วิจารณ์ไปตามสิ่งที่คิด ผมยืนยันจุดยืนเหมือนเดิม ความจริงก็คือความจริง” ทนายเดชา กล่าว 

นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังคอมเมนต์ใต้โพสต์ที่ว่า “ขู่กันฟ่อ ๆ เลยนะครับ ผมต้องกลัวไหม?” ระบุไว้ว่า “ผมกับอาจารย์เดชายังรักกันดีนะครับ ถึงจะเห็นต่างกันบ้าง แต่มันแค่นิดหน่อย เพิ่งจะดีกันคงไม่ไปทะเลาะกันอีกรอบ เมื่อสักครู่ก็เพิ่งคุยกันครับ”

นายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นการเสียชีวิตในคดีแตงโม ผ่านแฟนเพจกฎหมายชนบท ระบุว่า “…เป็นทนายแก้ต่างให้จำเลย หรือผู้เสียหายกันแน่…เวลาขึ้นศาลทนายจำเลยยิ้ม…ในการตัดสินคดีอาญา ของศาล หากมีข้อสงสัยตามสมควร ศาลต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย..

ดังนั้น กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า การผ่าพิสูจน์ศพแตงโม รอบ 2 มีการเตะถ่วงนั้น จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งกระทรวงยุติธรรม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ก็ได้แจ้งให้ทราบว่า ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว และจะทำการผ่าพิสูจน์ศพแตงโม รอบ 2 ในวันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 14.00 น. จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *