สองแม่ลูกถูกผัวทิ้งกลางทางหดหู่มีเงินติดตัวแค่ 4 บาท

ข่าววันใหม่

วันนี้ (12 ม.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเรื่องราวที่น่าประทับใจของตร.ที่จ.อุดรธานี

โดยเมื่อวานนี้ (11 ม.ค.65) ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฏฐ์ คำก้อน รอง ผกก.ป.สภ.ไชยวาน พร้อม ด.ต.เลิงนาริน ชาวดอน ตำรวจสายตรวจ สภ.ไชยวานออกตรวจเยี่ยมประชาชนและป้องกันเหตุในพื้นที่ต.คำเลาะ แต่ระหว่างทางปรากฎว่าเจอ 2 แม่ลูกทราบชื่อคือน.ส.อารีย์ญา  อายุ23 ปีหรือ “แอ๋ว” พร้อมด้วยลูกสาวคือ “น้องแจ๋วแหว๋ว” อายุ 3 ขวบ เดินไปตามถนนมุ่งหน้าเข้าอ.ไชยวานตามลำพัง จึงได้สอบถามจึงทราบว่า สาเหตุที่มาเดินบนถนนเพราะว่าก่อนหน้านี้ ตนและลูกขี่รถจักรยานยนต์มากับสามี โดยจะพากันไปโรงพยาบาลไชยวาน เพราะสามีมีนัดไปรับยาโรคปอดกับหมอแต่ระหว่างทางได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง สามีจึงเบรกและจอดรถทันที แถมบอกให้ตนเองและลูกลงจากรถจากนั้นก็ขับรถไปทางอ.ไชยวานคนเดียว ตนเองและลูกจำเป็นต้องเดินเอา

.

.

โดยตั้งใจว่าจะเดินไปให้ถึงโรงพยาบาลเพื่อไปหาสามี ต่อมาตำรวจทั้ง 2 นายได้อาสาไปส่งสองแม่ลูกกลับที่บ้านที่บ้านคำบอน หมู่ 3 ต.คำเลาะ และเมื่อไปถึงเจอสภาพบ้านที่ยากจน และที่อึ้งกว่านั้นคือสองแม่ลูกมีเงินติดกระเป๋าแค่ 4 บาท ต่อมาตำรวจทั้ง 2 นายจึงได้ควักกระเป๋าเอาเงินให้สองแม่ลูกเอาไว้ใช้เป็นเงินจำนวน 200 บาท พอมีข่าวเสนอออกไปข่าวปรากฏว่ามีชาวเน็ตแห่มาชื่นชมนายตำรวจ 2 ท่านนี้อย่างมาก บ้างก็บอกว่าตำรวจดีๆ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนก็มี บางคนก็บอกว่า อนุโมทนาสาธุค่ำน้ำใจของตำรวจไชยวาน เป็นปลื้มสำหรับประชาชนที่ไร้รายได้ ข้าราชการตำรวจก็ลำบาก แต่ก็ไม่แย่เท่ากับคนที่มีรายได้ ขอให้ตำรวจทุกท่านถูกรางวัลที่ 1 นะคำ และขอให้รักษาความเค็มของเกลือไว้ เป็นต้น

ต่อมาวันนี้ (12 ม.ค.65) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ณัฏฐ์ คำก้อน รอง ผกก.ป.สภ.ไชยวาน พร้อม ด.ต.เลิงนาริน ชาวดอน ผบ.หมู่ ป.สภ.ไชยวาน พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ตนเองพร้อมกับ ด.ต.เลิงนาริน ออกตรวจไปทางต.คำเลาะ พอผ่านไปได้ครึ่งทางก่อนจะเข้าบ้านคำเลาะก็พบหญิงสาวพร้อมเด็กเล็กเดินข้างถนนท่ามกลางแดดร้อนๆ จึงให้ลูกน้องจอดก็ไปสอบถามดูจึงรู้ว่าถูกสามีโกรธและทะเลาะกันแล้วทิ้งกับลูกไว้ข้างทาง เห็นดังนั้นก็อาสาไปส่งบ้าน ก็สอบถามว่าเขาทำงานอะไรก็รู้ว่าทำงานรับจ้างทั่วไป และรู้มาอีกว่ามีเงินติดติว 4 ผมให้ไป 100 บาท ลูกน้องก็ให้ไปอีก 100 บาท เราก็ช่วยเหลอได้ตามสภาพ

รองผกก.ป.สภ.ไชยวาน เปิดเผยอีกว่า ถามตรงๆ ถามสักสิบคนไม่รู้จะชอบตร.สักกี่คน เราตรเป็น อยากให้ทุกคนคิดว่าเป็นพี่น้องกัน เราอยู่ใกล้ชิดกันอาจจะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่อยากให้ประชาชนคิดว่ามีตำรวจอยากให้ทุกคนอุ่นใจ ผมทำงานเป็นตำรวจมา 30 ปีกว่า ระลึกไว้เสมอว่า การบริการให้บริการดุจญาติเลย พิทักษ์ราษฏร์ก็เหมือนครอบครัวเรา มันก็อยู่ในใจตลอด พอมาดูอุดมคติของตำรวจมี 9 ข้อ ข้อ 2 ที่บอกว่ากรุณาปราณีกับประชาชน ฟังแล้วมันอยู่ในใจ เราคิดว่าเราได้ช่วยเขา ถ้าเป็นญาติ มีตำรวจหรือใครได้ช่วยเหลือแบบนี้ เราก็รู้สึกดี พวกเราทำด้วยความตั้งใจอยากจะทำ การทำงานก็มีหลายด้าน บางคนก็ชื่นชม บางคนก็ตำหนิ ภาพรวมๆ ก็อยากให้ประชาชนศรัทธาเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเราจะอยู่เคียงคู่ประชาชน คิดว่าอย่างน้อยก็จะมีประชาชนก็เข้าใจตำรวจบ้าง

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 3 บ้านคำบอน ซึ่งเป็นบ้านของนายณรงค์ ทองสิงห์ อายุ 24 ปี สามีที่ไล่ภรรยาและลูกน้อยวัย 3 ขวบลงจากรถ แต่ไม่พบใครอยู่บ้าน บ้านปิดประตู สอบถามเพื่อนบ้านบ้านใกล้เรือนเคียงทราบว่า สองแม่ลูกมีญาติมารับไปจ.ชัยภูมิแล้ว ส่วนสามีไม่รู้ไปไหน นางคำปุ่น ภูอาลัย อายุ 44 ปี พี่สะใภ้ของสองแม่ลูกบอกว่า นายณรงค์หรือนายแอร์เป็นน้องของสามี ส่วนน.ส.อารียญา ไชยชม อายุ23 ปีหรือ “แอ๋ว” เป็นคนบ้านอื่นมาแต่งงานและมีลูกด้วยกัน 1 คน ตนเองก็เพิ่งทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่านายแอร์ไล่เมียและลูกออกจากรถขณะจะไปหาหมอที่รพ.ไชยวานสาเหตุทะเลาะกันเมื่อวาน จนตำรวจจึงนำมาส่ง เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน เข้าใจว่าสองผัวเมียนี้เขามีปัญหาเรื่องครอบครัวแต่จริงๆแต่อนนี้ คือสงสารเด็กคือน้องแจ๋วแหว๋วถึงวัยจะเรียนก็ไม่ได้เรียนเพราะพ่อและแม่พาไปตะลอนตลอด แต่ก็ดีใจตร.ดีๆ ก็มีขอชื่นชมตร.ทั้ง 2 

ขณะที่นางจันทร์ศรี เจนวิถี อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านและเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว บอกว่า เห็นเมื่อวานตำรวจมาส่งน้องแอ๋ว เขาก็มาเล่าให้ฟังอยู่ว่าถูกสามีไล่ลงจากรถทั้งๆ ที่กำลังจะพาสามีไปหาหมอ สามีเขาป่วยเป็นวัณโรคมีนัดหมอทุกเดือน แต่จะทะเลาะกันเรื่องอะไรไม่รู้จากนั้นสามีเขาก็ไล่เมียและลูกให้เดินเอง จากนั้นบ่ายก็เห็นตำรวจมาส่งและให้เงินไว้ใช้ด้วยเพราะเห็นว่ามีเงินติดตัว 4 บาท พวกเราสงสารเด็กคือน้องแจ๋วแหว๋ว พูดตรงๆ พ่อกับแม่เขามีปัญหาเรื่องหนี้สินและยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเขาสงสารเด็กถึงวัยจะเรียนก็ไม่ได้เรียนหนังสือต้องตามพ่อกับแม่ไปตะลอนๆ อยากให้หน่วยงานที่ดูแลเอาพ่อและแม่เขาไปบำบัดก็ดี ลูกเขาจะได้มีอนาคต นางจันทร์ศรีกล่าวตอนท้าย

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *