คดีพลิกสาวใบ้แฉถูกพ่อตี ที่แท้ทิ้งผัวให้ป่วยตายไปพบกิ๊ก อ้างสำนึกผิดแล้ว (คลิป)

ข่าววันใหม่

กรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2” แชร์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งมีบาดแผลช้ำที่แขนยาวไปจนถึงแผ่นหลัง พร้อมระบุว่าเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ถูกพ่อแม่ทำร้ายทุบตี จึงทนไม่ไหวและอยากให้หน่วยงานภาครัฐหรือเจ้าหน้ที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ล่าสุดวันที่ 8 ม.ค.65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่วัดเกาะใหญ่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พบว่าน.ส.ชลนิสา สุดสงวน อายุ 28 ปี สาวใบ้ที่อ้างว่าถูกทำร้าย พร้อมพ่อและญาติ ๆ กำลังจัดงานศพของนายแม็ก แฟนหนุ่มของน.ส.ชลนิสา อยู่ในวัดดังกล่าว

สอบถามนายอานนท์ สุดสงวน อายุ 32 ปี พี่ชายของน.ส.ชลนิสา เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้น้องสาวคบหากับนายอดิวิทย์ นันทะวัตร หรือ แม็ก ผู้เสียชีวิต คบหากันประมาณ 5 ปี และนายแม็กก็อาศัยอยู่ด้วยกันกับน้องสาว จากนั้นช่วง 10 วันที่ผ่านมานายแม็ก ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นน้องสาวก็มีแฟนใหม่และหนีไปอยู่ด้วยกัน

ในวันที่ 5 ม.ค.65 อาการของนายแม็กทรุดหนัก ทางบ้านจึงพยายามติดตามตัวน้องสาวให้กลับมาดูใจสามีเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งตนก็ทักไปบอกน้องสาวทางเฟซบุ๊ก จนน้องสาวยอมกลับมาบ้าน จากนั้นวันที่ 6 ม.ค.65 พ่อจะให้น้องสาวไปเยี่ยมฝ่ายชายที่โรงพยาบาล แต่น้องสาวไม่ยอมไป ด้วยความโมโหพ่อจึงใช้ไม้ตีน้องสาวไป 2 ครั้ง และพาน้องสาวไปโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ทำร้ายทุบตีน้องสาวอย่างหนักตามที่มีข่าวปรากฏออกไป ที่ผ่านมาอาจมีการทำโทษบ้าง เป็นการสั่งสอนเท่านั้น ซึ่งน้องสาวก็อาจจะน้อยใจ เพราะน้องเป็นใบ้ เวลาโดนดุอาจจะไม่เข้าใจ ตีความไปเองว่าครอบครัวดุด่ารุนแรง ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าผู้ที่นำเรื่องราวไปบอกทางแฟนเพจดังกล่าว คาดว่าน่าจะเป็นแฟนใหม่ของน้องสาว ที่ไม่พอใจ อยากให้น้องสาวกลับไปอยู่ด้วย จึงนำเรื่องราวไปร้องเรียน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้ามาพูดคุยแล้ว ซึ่งเรื่องทุกอย่างก็จบด้วยดี

ด้านนายมนู สุดสงวน อายุ 56 ปี พ่อของน.ส.ชลนิสา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากลูกเขยที่กำลังนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็งกำลังจะเสียชีวิต แพทย์บอกทางบ้านให้ตามภรรยามาอโหสิกรรมเป็นครั้งสุดท้าย ตนก็บอกให้ลูกไปโรงพยาบาล แต่ลูกไม่ยอมไป ตนจึงหยิบไม้ซึ่งเป็นไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร ฟาดไป 2 ครั้งด้วยความโมโหที่ลูกสาวไม่ยอมไปเยี่ยมสามี ซึ่งอยู่ด้วยกันมาถึง 5 ปี

ทั้งนี้ ตนรู้ว่าลูกสาวแอบไปมีแฟนใหม่ แต่อย่างน้อยก็ควรจะไปดูใจสามีที่ใกล้ตายด้วย ตนยืนยันว่าไม่ได้ตีลูกสาวรุนแรง เพราะการตีลูกสาวก็เหมือนตีตัวเอง ตนเจ็บยิ่งกว่าลูกด้วยซ้ำ ตนแค่จะสั่งสอนลูกเท่านั้นว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง การที่สามีใกล้ตายแต่ตัวเองกลับไปมีแฟนใหม่ชีวิตนี้คงไม่มีวันเจริญ ที่ผ่านมา ตนก็ไม่เคยตีลูกอย่างรุนแรงหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่มีข่าวออกไป

จากนั้นทีมได้พูดคุยกับน.ส.ชลนิสา สุดสงวน หรือ เก็ต อายุ 28 ปี ด้วยการพิมพ์ข้อความสอบถาม เนื่องจากเป็นผู้พิการทางการได้ยิน

ทีมข่าวสอบถามว่าถูกพ่อตีจริงหรือไม่ น้องเก็ต ยืนยันว่าถูกตีจริง พ่ออารมณ์ร้อนตีตนจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อทีมข่าวถามต่อว่าสาเหตุมาจากการไม่ยอมไปเยี่ยมสามีจริงหรือไม่ น้องเก็ต ยอมรับว่าจริง แต่ตนขอเวลาแต่งตัวประมาณ 15 นาที แต่พ่อไม่รอจึงเข้ามาทึบตี จนมีรอยช้ำที่บริเวณแขนซ้าย

เมื่อถามว่ามีแฟนใหม่ใช่หรือไม่ น้องเก็ต ยอมรับว่ามีจริง เพิ่งคบกันไม่ถึง 14 วัน ตนไม่ได้โกรธพ่อ แต่อยากคุยอธิบายให้เข้าใจกันมากกว่า หลังจากนี้ก็จะอยู่กับพ่อต่อไป ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ตนก็ไม่รู้ว่าใครนำไปแจ้งทางแฟนเพจดังกล่าว

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *