พระสุนิตร ยอมอ่อนข้อ กลับวัดต้นสังกัด หลังโดนขู่จับสึก

ข่าววันใหม่

สืบเนื่องจากกรณีที่ ลูกชายของหญิงอายุ 49 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือ หลังผู้เป็นแม่เลื่อมใส พระอาจารย์สุนิตร อินทะคุโต อายุ 40 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ซำป่าหัน ต.บ้านจีต อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี จนเธอบอกว่าจะละสังขารในวันที่ 30 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา ทำให้ลูกชายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ ก่อนผู้เป็นแม่จะบอกว่า นอนไม่หลับทำให้ละสังขารไม่ได้ จึงมีแพลนว่าจะเลื่อนเวลาละสังขารออกไป

ทว่าด้าน พระอาจารย์สุนิตร เจ้าสำนักสงฆ์ซำป่าหันที่ได้สอนหญิงสาวคนดังกล่าว พร้อมลูกสาวให้จนมีความศรัทธาและเลื่อมใสทั้งคู่ กลับเดินทางออกจากวัดตั้งแต่เช้าตรู่ ของวันที่ 30 ต.ค. นั้น โดยผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ที่พักสงฆ์ก็ยังไม่รู้ว่าไปไหน

จากรายงานล่าสุดพบว่า พระอาจารย์สุนิตรได้เดินทางกลับมาที่สำนักสงฆ์ซำป่าหันแล้ว หลังจากเมื่อช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 04.00 น.ได้ออกจากวัดไป ซึ่งพบว่ามีรถกระบะเข้ามารับและทราบว่าจะเดินทางไปจังหวัดสมุทรสาครเพื่อไปพบหญิงวัย 49 ปี รายดังกล่าว โดยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าคณะอำเภอและคณะสงฆ์ที่มีมติห้ามไม่ให้ออกจากพื้นที่และให้เดินทางกลับไปอยู่ที่วัดต้นสังกัดที่อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี

โดยเจ้าคณะอำเภอกู่แก้วพร้อมคณะประกอบด้วย นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางมาที่สำนักสงฆ์ และได้พูดคุยเจรจากับพระอาจารย์สุนิตร ซึ่งได้ระบุว่าพระอาจารย์สุนิตรฝ่าฝืนคำสั่งคณะสงฆ์โดยได้เดินทางออกไปนอกพื้นที่ 

หากไม่มีการติดต่อให้กลับมาคงเดินทางไปถึงจ.สมุทรสาครและเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแล้ว เพื่อเป็นการลงโทษขอให้พระอาจารย์สุนิตรเดินทางกลับไปที่วัดต้นสังกัดคือวัดอนัญโญภูค้อ บ้านดงกลาง อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานีในคืนวันที่ 30 ต.ค. 64

กระทั่ง พระอาจารย์สุนิตร ได้ยอมเดินทางกลับไปที่วัดต้นสังกัด โดยมีพระมหาสายัณฆ์ อภิปุณโญ เจ้าอาวาสวัดอนัญโญภูค้อ เดินทางมารับถึงสำนักสงฆ์ด้วยตัวเอง ซึ่งพระอาจารย์สุนิตรไม่ได้อิดออดหรือขัดขืนแต่อย่างใดแต่ยอมเดินทางตามไปด้วยดี พร้อมมีการเก็บข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอัฐบริขารทั้งหมดขึ้นรถไปพร้อมกับเจ้าอาวาสวัดอนัญโญภูค้อ และไม่ยอมให้พ่อที่อาสาขับรถไปส่งเดินทางไปด้วย

ขณะเดียวกัน พระมหาสายัณฆ์ อภิปุณโญ เจ้าอาวาสวัดอนัญโญภูค้อ วัดต้นสังกัดพระอาจารย์สุนิตร กล่าวว่า การกระทำครั้งนี้ของพระอาจารย์สุนิตรถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งคณะสงฆ์ที่ไม่ยอมกลับไปวัดต้นสังกัด และดึงดันออกจากพื้นที่ไป และหากมีการประพฤติเช่นนี้อีกจะต้องลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการจับสึก

จากนั้นได้ขึ้นรถเดินทางออกไปจากสำนักสงฆ์ โดยสำหรับสำนักสงฆ์แห่งนี้ ในวันนี้ ( 31 ตุลาคม 2564)  ผู้ใหญ่บ้านและชุมชนจะมีการนำเสาปูนมาขุดฝังเพื่อปิดทางเข้าออก ไม่ให้ใครเข้ามาในพื้นที่ได้ สำหรับโลงแก้วดังกล่าวนั้นจะติดต่อไปยังผู้หญิงที่เป็นคนสร้างว่าจะรับกลับไปหรือไม่ หากไม่รับกลับไปจะมีการทุบทำลายเสีย

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *