ครอบครัวโวย รพ.ปล่อยคนไข้ป่วยหนัก รอจนเสียชีวิต

ข่าววันใหม่

ร้องขอความเป็นธรรม กรณีโรงพยาบาลปล่อยคนไข้รอจนเสียชีวิต หน้าห้องฉุกเฉินทั้งที่ป่วยหนัก

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เฟซบุ๊กโวย รพ.แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่าการที่ปล่อยคนไข้ไว้แบบนี้ ทำถูกแล้วใช่ไหมไปหาหมอตั้งแต่เช้า นอนอยู่แบบนี้ไม่ได้รับการตรวจ ไม่ได้รับการดูแล ปล่อยให้คนไข้ตาย จนญาติต้องวิ่งไปเขย่าเตียง ถึงรู้ว่าคนไข้ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว มันถูกต้องแล้วใช่ไหมจะรับผิดชอบอย่างไร

.

.

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า นายบุญเชิด มารวย อายุ 62 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ศพถูกนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลบริเวณศาลาวัดวังตะเคียน บ้านคลองนางลิง ม.17 ต.วังตะเคียน อ.กบิทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของภรรยา ลูกหลาน และญาติพี่น้องที่ยังทำใจไม่ได้ ในการจากไปของนายบุญเชิดในครั้งนี้

นางนิ่มนวล เภาคำ อายุ 50 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตเล่าว่า สามีของเธอป่วยตั้งแต่ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. พาไปรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ปราจีนบุรี หมอให้ยามากิน เอกซเรย์ ตรวจเลือด แต่ไม่รู้ผลเอกซเรย์ จากนั้นหมอให้กลับมาบ้าน ตอนนั้นอาการก็ดีขึ้น กระทั่งวันที่ 30 ก.ย. สามีเริ่มมีอาการเหนื่อย เสมหะมีลิ่มเลือด ดูท่าไม่ดี นำส่งโรงพยาบาลอีกรอบ พอถึง รพ. คุณหมอพาเข้าห้องฉุกเฉิน และเข็นออกมานอนนอกห้อง

ผ่านไป 1 ชั่วโมง จึงเรียกให้ไปตรวจเลือด ผ่านไปอีก1 ชั่วโมงก็เรียกไปฉีดยา แล้วเข็นเตียงคนไข้ออกมารออยู่ด้านนอก ตั้งแต่ 9 โมงถึงเที่ยง จนสามีอาการแย่ลง เพราะอากาศร้อน แดดเริ่มส่อง เมื่อถามเจ้าหน้าบอกว่าที่ให้นอนข้างนอก เพราะมีเคสฉุกเฉินและโรคโควิดก็ระบาด สามีนอนรอจนถึงบ่าย 3 โมง เสียชีวิตตรงจุดที่ให้รอ โดยใบรับรองการตาย ระบุว่า หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและมีเลือดออกชั้นเนื้อข้างบน ทำให้เธอรู้สึกเสียใจและคาใจ คนไข้อาการหนัก ทำไมปล่อยให้คนไข้เสียชีวิตแบบนี้

ขณะที่ หลานสาวของผู้เสียชีวิต คนที่นำเรื่องราวไปโพสต์ลงโชเชียล บอกว่าเห็นรูปที่น้องส่งมาให้รู้สึกว่ามันเกินไปไหม ตากแดดจนทนไม่ไหว ต้องขอความเป็นธรรม หากผู้ตายได้รับการรักษาทัน ก็คงมีชีวิตรอด ต้องการให้โรงพยาบาลออกมาชี้แจงและรับผิดชอบ

ด้าน นายแพทย์ สมคิด ยึดประโคน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น ว่าคนไข้รายนี้ เสียชีวิตจากอาการช็อกและอาเจียนเป็นเลือดพร้อมยอมรับว่า สถานการณ์โควิด ทำให้รูปแบบการให้บริการเปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งคือประสิทธิภาพ และคุณภาพของการบริการ อาจจะไม่ได้เต็มที่

ส่วนสิ่งที่ญาติรู้สึกเสียใจ คือตอนมายังคุยได้ ตอนกลับเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดี กรณีนี้ทางโรงพยาบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไข ส่วนเงินช่วยเหลือเยียวยา ทางโรงพยาบาลจะดูแลให้ แต่จะได้เท่าไรขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ 

หลังจากญาติผู้เสียชีวิตได้พูดคุยกับทางโรงพยาบาล ก็ได้ฝาก ผอ.โรงพยาบาลว่าขอให้เคสของนายบุญเชิดที่เสียชีวิตครั้งนี้ เป็นบทเรียนและเป็นรายสุดท้ายที่ต้องรอการรักษาจนเสียชีวิต ขออย่าให้มีใครต้องมาสูญเสียเหมือนกับครอบครัวของเขาอีก

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *