สลด 2 ผัวเมียขับเรือเจอน้ำวนคว่ำ ลูกสาวร่ำไห้ เจอสภาพไหนก็พากลับบ้าน เผยแชทสุดท้ายกับแม่

ข่าววันใหม่

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.64 เวลา 10.30 น. ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สกุลวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเรือลากจูงบรรทุกสินค้าอับปางจมลงอยู่กลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าท่าข้ามเรือวัดพนัญเชิง ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ โดยที่เกิดเหตุพบเป็นจุดแม่น้ำป่าสักมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยากลางสามแยก ซึ่งมีน้ำวนและไหลเฉี่ยว มีประชาชนยืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก บริเวณกลางแม่น้ำพบเศษซากเรือ และอุปกรณ์ของใช้ลอยอยู่

ทราบชื่อผู้สูญหายที่จมไปกับเรือ นายสมชาย ธารกูล อายุ 66 ปี เป็นคนขับเรือ และนางนฤมล จันทรโชติ อายุ 51 ปี ภรรยา โดยทั้งคู่ได้ขับเรือลากจูงสินค้าบรรทุกแร่ มาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปส่งที่อ.นครหลวง

.

.

นายนพดล แช่ดั่นอายุ อายุ 56 ปี ผู้จัดการเรือในบริษัท CPI ทรานสปอร์ต เปิดเผยว่า ตนได้ขับรถมาตรวจดูเรือสินค้าที่บรรทุกแร่มาจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าไปส่งที่อำเภอนครหลวง และมาจอดรถอยู่ที่บริเวณภายในวัดพนัญเชิง เพื่อดูการทำงานของเรือ จากนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เมื่อเรือลากสินค้าจำนวน 5 ลำที่อยู่ด้านหน้า มีจำนวน 1 ลำได้เกิดอาการเอียงและเสียการทรงตัวและได้อับปางจมลงไป โดยมีคนขับเรือชื่อนายสมชาย ธารกุล อายุ 62 ปี และนางนฤมล จันทรโชติ อายุ 51 ปี ภรรยา ยังไม่ทราบชะตากรรม เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยา นำชุดประดาน้ำลงค้นหาผู้ที่สูญหาย ก่อนที่จะทำการสอบสวนหาสาเหตุเบื้องต้นอีกครั้ง

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณท่าเรือวัดพนัญเชิง ต.กะมัง อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งการค้นหาในวันนี้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิรวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยากว่า 60 นาย ช่วยกันระดมค้นหา โดยใช้เรือยนต์ลากจูง 2 ลำทอดสมอ สแกนหาเรือและใช้เรือเจ็ตสกี จำนวน 3 ลำขี่ค้นหา

ส่วนนักประดาน้ำ จำนวน 10 นาย ที่มาอยู่ในพื้นที่ยังคงต้องรอจนกว่าจะหาเรือที่อับปางเจอ ถึงจะลงไปดำหาร่างคนที่ติดอยู่ในเรือได้ ซึ่งวันนี้ความยากลำบากในการค้นหาก็คือกระแสน้ำที่ยังคงหมุนและไหลแรง มีบางช่วงบางตอนที่เรือสามารถทอดสมอติดกับเรือที่อับปางไว้ได้ ใกล้กับท่าเรือฝังวัดพนัญเชิง แต่ก็ทนแรงของกระแสน้ำไม่ไหวทำให้เชือกที่ผูกติดไว้ขาดออกจากกัน และกระแสน้ำได้พัดเรือหายไปอีก

นายนาวิล คงดี นายยกสมาคมรวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานเรือที่อับปางลงน่าจะจมไปอยู่บริเวณหน้าวัดบางกระจะ ตรงข้ามกับวัดพนันเชิง ซึ่งจากการสำรวจพบมีคราบน้ำมันอยู่ที่กลางน้ำ จึงได้ประสานเรือยนต์ลากจูงของเอกชน 2 ลำใช้เรดาร์มาสแกนหาเรือที่อับปางก่อน หากหาเจอถึงจะส่งทีมนักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญนำ สมอลงไปหย่อนเพื่อดึงเรือเข้ามาในฝั่งได้ แต่หากยังหาจุดที่เรือจมไม่ได้ ก็ไม่สามารถส่งทีมนักประดาน้ำลงไปกู้เรือได้ เนื่องจากน้ำไหลเฉี่ยวแรง ซึ่งคาดว่าจะทำการค้นหาเรือดังกล่าวจะค้นหาได้ในวันนี้

ขณะเดียยวกัน น.ส. สุพรรษา ฤทธิ์ฉิม อายุ 22 ปี ลูกสาวของ นางนฤมล ได้เดินทางมาจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวจากคนเรือโทรบอกว่าแม่เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม ก็รู้สึกช็อกมาก ๆ ทำอะไรไม่ถูก ทิ้งงานที่ทำอยู่เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่เจอร่างของแม่ ในใจก็ยังมีความหวังว่าแม่ยังมีชีวิตอยู่ 30%

โดยก่อนหน้านี้ตนกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะว่าแม่จะใช้ชีวิตอยู่บนเรือกับพ่อเลี้ยง นาน ๆ จะขึ้นฝั่ง แต่ก็จะคุยโทรศัพท์กันทุกวัน คุยกันล่าสุดก็ตอนที่แม่ส่งข้อความไลน์มาหาว่า “ส่งของให้แล้วนะ” ตนไม่ได้อ่านแต่ก็พยายามทักหาแม่ว่าแม่อยู่ไหน จะถึงวันเกิดตนแล้ว แต่แม่ก็ไม่ตอบ คิดว่าตอนนี้แม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุแล้ว โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 4 วัน แม่ได้โทรศัพท์มาหาว่า อยากให้ตนสระผมให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ แม่ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้มาก่อน จึงคิดว่า นี่คือลางสังหรณ์ที่แม่เกิดอุบัติเหตุในวันนี้

น.ส.ปุญยาพร กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ เพราะพ่อทำงานขับเรือลากจูงส่งสินค้ามาตลอดชีวิต มีความเชี่ยวชาญการขับเรืออย่างมาก ๆ แต่เข้าใจว่าเนื่องจากช่วงนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก ประกอบกับกระกระแสน้ำที่ไหลเชียว การควบคุมเรือจึงเป็นไปได้ยาก และส่วนตัวไม่ติดใจ มั่นใจเป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน

ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่กี่วันมานี้เพิ่งจะได้เจอหน้าพ่อ ถึงตอนนี้ยังมีความหวังว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ เพราะตราบใดที่ยังไม่เจอร่างพ่อ ก็ยังคิดว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ และจะอยู่ตรงนี้จนกว่าจะเจอร่างของพ่อ เพื่อพาพ่อกลับบ้าน ในสภาพใดก็ตาม

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *