พระเปิดใจ ปมวัดท่าพุฯบำบัดยาโหด เผยอีกมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ข่าววันใหม่

จากกรณีการร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังพบมีขั้นตอนการบำบัดไม่ถูกต้องตามสุขลักษณะ มีการทำร้ายและทรมานโดยให้อดอาหาร เรียกรับเงินการเข้าบำบัด และเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือน จนกระทั่งมีหน่วยงานต่างๆเข้าให้การช่วยเหลือผู้ที่เข้ารับบำบัดกว่า 216 คน ออกมาตามที่มีเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 23 ก.ย. 64 ที่วัดท่าพุราษฏร์บำรุง นางสาววรรณเพ็ญ พิมพ์แจ่มจรัส แพทย์ประจำตำบลด่านมะขามเตี้ย และเป็นโยมอุปถัมภ์ของทางวัด เปิดเผยว่า พระสงฆ์ที่กลับมาจากโรงพยาบาลสนามจำนวน 10 รูปนั้น ได้เดินทางมาร่วมกับศพหลวงพ่อที่มรณภาพไป ก่อนที่ทางครอบครัวของพระสงฆ์จะเดินทางมารับพระเกือบทั้งหมดกลับไปอยู่ที่บ้าน คงเหลือพระสงฆ์ที่กลับมาจากโรงพยาบาลสนามและยังอยู่ที่วัดเพียง 1 รูปเท่านั้น

.

.

อยากให้ผู้ที่ติดตามรับฟังข้อมูลทั้งสองด้าน การที่วัดเปิดเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดนี้ ทางวัดไม่ได้มีผลประโยชน์ใดมากมาย การเรียกเก็บเงินผู้เข้ารับการบำบัดก็เพียงรายละ 12,000 บาทต่อปี ไม่ได้งบประมาณเป็นล้านเหมือนอย่างที่ใครคิด ซึ่งหลวงพ่อที่มรณภาพไปแล้ว เป็นผู้ที่ริเริ่มการจัดตั้งศูนย์บำบัดนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด รวมถึงครอบครัวของเขาให้ผ่านการบำบัดและเลิกยาได้กลายเป็นคนดีกลับคืนสู่สังคมเท่านั้น ไม่ได้คิดหวังผลประโยชน์อื่นใด

ด้านพระสงฆ์รูปหนึ่ง อายุ 42 ปี เป็นอดีตผู้บำบัดกับทางศูนย์มานานถึง 5 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาเข้ารับการบำบัดที่วัดท่าพุแห่งนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน โดยในขณะนั้นมีผู้เข้ารับการบำบัดอยู่ไม่ถึง 100 คน ซึ่งตนก็ใช้ชีวิตเป็นผู้บำบัด ประมาณ 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ ซึ่งตนก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายให้กับทางวัด จำนวน 20,000 บาท เนื่องจากตนเองประพฤติปฏิบัติตัวดีและช่วยงานทางวัดอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ต้องเสียเงิน 20,000 ดังกล่าว

ส่วนเรื่องที่มีการทำร้ายร่างกายกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้เข้ารับการบำบัดนั้น โดยส่วนตัวของตนมองว่าเป็นเรื่องของการทำโทษผู้บำบัดที่ทำผิดกฎระเบียบของทางวัด เป็นเหมือนครูที่ทำโทษนักเรียน ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายหรือทารุณกรรม และในเรื่องการเรียกเก็บเงินค่านำตัวผู้บำบัดเข้าศูนย์จำนวนหลายหมื่นบาท เชื่อว่าเป็นการเรียกเก็บโดยผู้นำพามากกว่า เพราะทางวัดมีการเรียกเก็บเงินจากครอบครัวของผู้นำตัวผู้บำบัดเข้าศูนย์เพียงแค่ 12,000 บาทเท่านั้น

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *