โพสต์โซเชียล ตร.ค้นบ้าน เงินเก็บหาย แจ้งความ 6 เดือน ยังได้คืนไม่ครบ

ข่าววันใหม่

งัดวงจรปิดโพสต์โซเชียล ตำรวจบุกค้นบ้าน-จับลูกค้ายาบ้า เงินเก็บหายกว่า 3.2 หมื่นบาท พ่องัดวงจรปิดแจ้งความ ผ่าน 6 เดือน-ยังได้ไม่ครบ โพสต์ขอความเป็นธรรม

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัย ภายในบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ โดยชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว ได้ถือออาวุธคล้ายปืนยาวออกมาจากห้อง อีกทั้งยังสังเกตุเห็นอีกว่า ที่มือของชายคนหนึ่งในกลุ่มคนดังกล่าว กำสิ่งของบางอย่างที่มีลักษณะเป็นกระดาษคล้ายธนบัตร แล้วแอบยัดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองด้วย

.

.

ล่าสุดวันนี้ (5 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ พบ นายบุญยืน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า วันเกิดเหตุตนรู้สึกตกใจมาก ขณะนอนอยู่ที่เปล ก็มีชายฉกรรจ์ 7-8 คน วิ่งเข้ามาในบ้าน จากนั้นก็อ้างว่าเป็นตำรวจถามหาลูกชายตน แล้วสั่งให้ตนและภรรยานั่งลงและอย่าขัดขืน ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนบ้านชั้น 2 ที่ลูกชายตนกำลังทำงานอยู่ ตนจึงวิ่งตามขึ้นไปดูพบว่า ลูกชายกำลังถูกทำร้ายร่างกาย พยายามเข้าไปช่วย แต่ชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ช่วยกันผลักและดันตนออกจากห้อง  จากนั้นก็นำตัวลูกชายออกไปจากบ้าน ขณะนั้นตนไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ จึงไปแจ้งความไว้กับ สภ.บำเหน็จณรงค์ พร้อมกับนำภาพจากกล้องวงจรปิด ไปใช้ประกอบหลักฐานในการแจ้งความด้วย

ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน จาก จ.ชัยภูมิ จึงได้ติดตามไปที่กองกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอทราบความเป็นอยู่ของลูกชาย ทำให้ทราบว่าลูกชายกระทำความผิดจริง ผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกายและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

บุญยืน เล่าต่อว่า เมื่อกลับมาถึงบ้าน ภรรยาแจ้งว่ามีทรัพย์สินสูญหายไป เป็นเงินสดจำนวนรวม 32,460 บาท โดยเงินสดถูกเก็บแยกไว้ 2 ส่วน ส่วนแรก 13,460 บาท เก็บไว้ในกระเป๋าสีเหลือง และอีกส่วนหนึ่งจำนวน 19,000 บาท เก็บไว้ในกระเป๋าสีเทา จึงเปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบย้อนหลัง พบว่ากระเป๋าสีเทาที่มีสายสะพาย ถูกชายที่อ้างเป็นตำรวจถือติดมือไปด้วย ส่วนกระเป๋าอีกใบสีเหลือง ยังคงวางทิ้งไว้ที่โต๊ะทำงานในบ้าน แต่ปรากฎภาพชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจสวมเสื้อสีขาว กำลังกำสิ่งของบางอย่างคล้ายธนบัตร แอบยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ซึ่งวันต่อมาตนได้ไปติดตามทวงถาม ตำรวจได้คืนเงินกลับมาให้จำนวน 13,460 บาท ส่วนอีก 19,000 บาทนั้น ยังไม่ได้คืน

บุญยืน เล่าต่อว่า อย่างไรก็ตามเงินทั้งหมดนั้น เป็นเงินเก็บบางส่วนและเป็นค่าเงินขายวัว ซึ่งจะเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ตำรวจชุดที่เข้ามาทำการจับกุมลูกชาย อาจมีส่วนรู้เห็นจึงได้เข้าแจ้งความกับ สภ.บำเหน็จณรงค์ ตั้งแต่เดือน มี.ค.64 จนเวลาล่วงเลยไปนานกว่า 6 เดือน คดีไม่มีความคืบหน้า ตนจึงให้ลูกชายโพสต์เรื่องราวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอความเป็นธรรมจากสื่อโซเซียล และจะขอดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป .

จาการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว เป็นชุดจับยาเสพติดของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นใน อ.บำเหน็จณรงค์ ส่วนผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่พี่ชายผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ ซึ่งภาพในเหตุการณ์นั้น พ่อของผู้ต้องหาพยายามเข้าไปถ่วงเวลาให้ลูกชายอีกคน ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้ต้องหาหลบหนี ซึ่งตำรวจพยายามบอกให้ผู้เป็นพ่อใจเย็นๆว่า ลูกชายทั้ง 2 คน ค้ายาบ้าผิดกฏหมาย หลังคดีดังกล่าวเสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้เป็นพ่อจึงอยากขอความเป็นธรรม ที่สูญเสียเงินเก็บที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 19,000 บาท จึงให้ลูกโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดลงโซเชียล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบเงินที่หายไป

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *