สาวตัดพ้อ ติดโควิดหายแล้ว เจอชาวบ้าน-อสม. รุมขับไล่ พ้นหมู่บ้าน

ข่าววันใหม่

จากกรณีที่ผู้ใช้ติ๊กต๊อกรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปพร้อมบรรยายข้อความว่า “ติดโควิด รักษาหายแล้ว กลับมากักตัวพักฟื้นร่างกายอีก 14 วัน ก่อนจะมาแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแล้ว แต่ชาวบ้านมาไล่เหมือนหมูเหมือนหมา#ขอความเป็นธรรมด้วย”

โดยภาพในคลิปเป็นภาพชาวบ้านประมาณ 20คน มารุมด่าและพยายามขับไล่ นางสาวพรกมล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่รักษาหายแล้ว ให้ออกจากหมู่บ้าน หลังจากคลิปนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้าดูเป็นจำนวนมาก มีคนแสดงความคิดเห็นอีกเป็นจำนวนมาก

.

.

ส่วนใหญ่ต่อว่าชาวบ้านที่เข้าไปขับไล่ พร้อมตำหนิถึงพฤติกรรมที่ไม่สมควร บางรายตำหนิว่า ชาวบ้านใจแคบ และน่าจะไปศึกษาให้มากกว่านี้ เนื่องจาก ผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายจนไม่พบเชื้อแล้วจะไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ อีกทั้งหญิงสาวรายนี้ก็กักตัวอยู่ในบ้านคนเดียว ไม่ได้ออกไปไหน ทำตามมาตรการสาธารณสุขทุกอย่าง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบ น.ส.พรกมล ยังพักอยู่ในบ้านพัก น.ส.พรกมล เล่าว่า ตนทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจพบเชื้อ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้น ได้เดินทางมารักษาที่รพ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. และรักษาหายเมื่อวันที่ 11 ส.ค. โดยหมอให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านอีก 14 วัน แต่ต้องทำตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเข้มงวด คือ ไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้ไปใกล้ชิดกับญาติและผู้อื่นโดยเด็ดขาด ตนก็ทำตามหมอสั่งทุกประการ โดยได้เข้ามาพักอยู่บ้านป้าซึ่งไม่อยู่บ้าน มีตนอาศัยอยู่เพียงคนเดียว

เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. (13 สิงหาคม ) ได้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 20 คน มายืนอยู่หน้าบ้าน พยายามให้ตนออกจากบ้าน ให้ไปกักตัวอยู่ที่ศาลากลางหมู่บ้านซึ่งเป็นสถานที่กักกัน จนกระทั่งมีการโต้เถียงกันดังกล่าว

น.ส.พรกมล กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ตนไม่ยอม เพราะทำถูกต้องตามคำแนะนำของหมอ มีการประสานผู้นำหมู่บ้านก่อนจะเดินทางเข้ามา การกระทำดังกล่าวของชาวบ้านรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มาขับไล่ตนเหมือนเป็นผู้ร้ายเหมือนเป็นผีปอบ ยืนยันจะพักอยู่ที่นี่จนครบ 14วัน สิ่งที่ตนรู้สึกน้อยใจคือหนึ่งในกลุ่มชาวบ้านมี อสม. ซึ่งมีความรู้เรื่องนี้ดี มาร่วมไล่ตนด้วย

ด้าน น.ส.ชัญญญาฤดี อายุ 27 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เข้าไปขับไล่ น.ส.พรกมล บอกว่า ที่พวกตนเข้าไปไล่เพราะก่อนหน้านี้มติของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้ามาในหมู่บ้าน จะต้องไปกักตัวรวมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เคสนี้ถือว่าเป็นการฝืนมติของหมู่บ้าน จึงเข้าไปพูดคุยขอให้ออกไป แต่น.ส.พรกมลไม่ยอม จึงเกิดการโต้เถียงกันเสียงดัง

ขณะที่ น.ส.กมลรัตน์ อายุ 39 ปี แม่ของ น.ส.พรกมล บอกว่า เห็นชาวบ้านมาไล่ลูกสาว รู้สึกสงสารทั้งที่ทำทุกขั้นตอนตามมาตรการของสาธารณสุข จึงอยากจะวิงวอนให้ชาวบ้านเห็นใจ ไม่อยากให้มีเรื่องกัน และอยากให้ชาวบ้านศึกษาข้อมูลการติดเชื้อโควิดให้ดีก่อนจะไปขับไล่ลูก

ด้าน น.ส.ณัชฎา อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ได้ออกมาระบุว่า ก่อนที่น.ส.พรกมล จะมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ได้ประสานมาก่อนแล้ว ซึ่งดูแล้วมีองค์ประกอบครบ จึงให้เข้ามาอยู่ พร้อมกับมีการเฝ้าระวังตามมาตรการาอย่างเข้มงวดแล้ว กรณีนี้จำเป็นจะต้องให้อยู่ต่อไป จนกว่าจะครบ 14 วัน และอยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา.

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *