นอนตาย 3 ศพ ข้างถนน ชาวเน็ตประชด ไม่มีอีกแล้ว ตายคาบ้าน

ข่าววันใหม่

ข่าวการพบผู้เสียชีวิต 3 ราย นอนตายข้างถนน-กลางซอย ในกรุงเทพฯ สร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนจำนวนมาก 

วันนี้ (20 ก.ค.) เกิดเหตุน่าสลดอย่างมากในประเทศไทย เมื่อพบประชาชนนอนเสียชีวิตบนถนนนในกรุงเทพฯ รวม 3 ศพ ภายในวันเดียว โดยเบื้องต้นยืนยันแล้วว่ามีผู้เสียชีวิตที่ติดเชื้อโควิด 1 ราย ขณะที่อีก 2 ราย ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ

.

โดยเหตุแรก เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม รับแจ้งพบศพชายเสียชีวิตจากการติดโควิด บริเวณตรอกบ้านพานถม ถนนสามเสน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-50 ปี (ไม่มีเอกสารติดตัว) สภาพนอนหงายเสียชีวิต ไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้าย ตำรวจจึงใช้ผ้าคลุมและนำกรวยยางมากั้นพื้นที่ไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเข้าเก็บศพ 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ช่วงเวลา 10.00 น. ผู้ตายได้เดินออกมาจากย่านชุมชน เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวก็ล้มลง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าผู้ตายเป็นคนเร่ร่อนและติดเชื้อโควิด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยใส่ชุดป้องกันเข้ามาช่วยเหลือ โดยให้ออกซิเจน จนเวลาประมาณ 16.00 น. ชายคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลง จากนั้นชาวบ้านได้แจ้งไปยังหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาทำการเก็บศพ ผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง จนเวลา 22.30 น. ก็มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสวมชุดพีพีอีเข้ามาดำเนินการเก็บร่างผู้ตายออกจากพื้นที่ไป

ต่อมาเหตุที่ 2 เมื่อเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู รับแจ้งมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 339/49 ถนนเจริญกรุง ซอย 107 แยก 9 แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สวมชุดพีพีอี พร้อมโลงศพ 1 โลง และถุงนิรภัยห่อร่าง เดินทางไปตรวจสอบ พบในบ้านชั้นล่างมีผู้ป่วยโควิดอาศัยอยู่รวมกัน 4 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อขออนุญาตดำเนินการรีบนำร่างผู้ตายห่อด้วยถุงนิรภัย 3 ชั้น ก่อนนำใส่โลงศพมุ่งหน้าไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัดจันทร์ในแขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.ทันที

จากการสอบถามเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า บ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่ร่วมกัน 6 คน ช่วงต้นเดือน ก.ค. เจ้าของบ้านตรวจพบว่าป่วยโควิด จึงมีรถพยาบาลมารับไปรักษาที่ รพ.หัวเฉียว ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งเวลาผ่านมาทุกคนในบ้านอีก 5 ชีวิต ก็ตรวจพบว่าติดโควิดเช่นกัน โดยทั้ง 5 คนก็ไม่กล้าออกไปไหน พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการหลายหน่วยงาน เพื่อให้ส่งรถมารับตัวไปรักษา จนเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็มีผู้ป่วย 1 คนอาการทรุดหนักจนเสียชีวิตคาบ้านไปเป็นศพแรก ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร จึงประสานให้มูลนิธิร่วมกตัญญูมารับร่างไปฌาปนกิจที่วัดด่าน ถนนพระราม 3 จนมาวันนี้ผู้ป่วยอีกคนก็มาเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ตอนนี้ในบ้านเหลืออีก 3 ชีวิตที่ป่วยโควิด แต่ยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานใดๆ เลย ทำให้เพื่อนบ้านหวาดผวากันจนนอนไม่หลับ โดยฝากวิงวอนให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยมาตรการที่ดีกว่านี้ด้วย

และเหตุที่ 3 เมื่อเวลา 22.40 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สวมชุดพีพีอีเข้าดำเนินการเก็บศพชายเสียชีวิตอีก 1 ราย ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม ซึ่งเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าร้านศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กทม. จากการตรวจสอบพบเอกสารติดตัวเป็นบัตรประชาชน 1 ใบ ระบุเป็นชาว จ.ระยอง

จากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงทราบว่า ผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น.แล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ตายติดเชื้อโควิดหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.วชิรพยาบาล เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป.

ชาวเน็ตขุด “ไม่มีใครต้องเสียชีวิตที่บ้าน”

เพจชื่อดัง รวมถึงชาวเน็ตทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ พากันขุดคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่กล่าวระหว่างการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ว่า “ไม่มีใครต้องเสียชีวิตที่บ้าน”

โดยชาวเน็ตนำคำพูดนี้มาประชดทำนองว่า ไม่มีใครต้องเสียชีวิตที่บ้านแล้วจริง ๆ เพราะคนติดโควิดจะเสียชีวิตกันนอกบ้าน เช่น ริมถนน แทน ซึ่งสะท้อนถึงจุดล้มเหลวของระบบสาธารณสุขไทย

ย้อนคำพูดเต็ม

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบรายงานข่าวจาก สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในวันดังกล่าวได้รายงานคำพูดของนายอนุทินเต็ม ๆ ดังนี้

การเปิดโรงพยาบาลบุษราคัมที่ล่าสุดมีเตียงรองรับกว่า 4 พันเตียง ถ้ามีความจำเป็นก็เพิ่มได้อีก รวมทั้งการหาพื้นที่ก่อสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม เช่น อาคาร Satellite 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีศักยภาพและความพร้อม ทั้งหมดนี้ได้เร่งดำเนินการ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อลดการเจ็บป่วยรุนแรงและรักษาชีวิตคน ไม่มีใครต้องเสียชีวิตที่บ้านเพราะการรอเตียงรักษา”

แจงสาเหตุ เก็บ 3 ศพโควิดช้า

ล่าสุด นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้าเทศกิจเขตพระนคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงเรื่องการเก็บศพล่าช้า ว่า เที่ยงคืนเทศกิจเขตพระนครเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเก็บศพผู้เสียชีวิตในพื้นที่ เข้าใจและเห็นเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บศพ หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเก็บศพช้า วันนี้เป็นเวรมูลนิธิป่อเต็กตึ้งซึ่งมีคันเดียวที่เป็นรถเฉพาะที่เก็บศพโรคโควิดวันนี้ตระเวนเก็บไปแล้ว 8 ศพ กว่าจะถึงพระนคร เห็นใจครับพี่ ๆ ทุกคน และขอบคุณมูลนิธิสยามนนทบุรี ที่ผ่านมาช่วยเก็บใส่ถุงให้เรียบร้อย

แล้วป่อเต็กตึ้งมาถึงใส่รถไปส่งรพ.เรียบร้อย 3 ศพของพระนครครับเทศกิจ ทำได้ทุกเรื่องครับเพื่อกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่จับแม่ค้าอย่างเดียวเก็บศพก็ได้ครับ ขอบคุณพี่แป๊ะมูลนิธิสยามนนทบุรี พี่อู๊ดมูลนิธิป่อเต็กตึ้งและเฮียคุ้งประธานอพปร.เขตพระนคร ที่อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบเคส คงต้องประสานพี่ ๆ อีกครับ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ช่วยกันป้องกันและไม่ให้ความร่วมมือครับ แต่ใจจริงแล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลยครับ

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *