เลขา สมช. เผยงดออกจากบ้านกลางวัน

ข่าววันใหม่

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่กระจายของ CV-19 (ผอ.ศปก.ศบค. ) เปิดเผยถึง ประเด็นการเตรียมแผนรองรับ หากตัวเลขผู้ติด CV-19 ยังไม่ลด โมเดลอู่ฮั่นปิดเมืองคุมเชื้ อมีการประเมินไว้หรือไม่ ตัวเลขต้องขนาดไหนถึงจะใช้โมเดลนี้ว่า

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมการไว้ในทุกสถานการณ์เราคิดสถานการณ์ขั้นต่อไปไว้ตลอดว่า สถานการดีขึ้นหรือไม่ดีไปกว่านี้จะทำอย่างไร สำหรับโมเดลอู่ฮั่นเป็นข้อพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 18 ก.ค.อธิบดีกรมควบคุมโร คได้พูดถึงโมเดลนี้ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาต้องฟังกระทรวงสาธารณสุขว่าจะประเมินสถานการณ์อย่างไร ซึ่งศบค.มีความพร้อมในทุกกรณี

.

เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ ต้องมีเกณฑ์การติดเชื้ ออย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สำหรับการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบนั้นตัวเลขเราไม่ได้มองตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง เรามองหลายปัจจัย ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้ อ ตัวเลขสถานพยาบาลที่มีอยู่ และปัจจัยอื่นในแง่เศรษฐกิจด้วยเรามองทุกมิติไม่ได้มองด้านใดด้านหนึ่งด้านเดียว

ศบค. การใช้มาตรการที่เข้มข้น ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และขอให้ทุกคนร่วมมือให้ 14 วัน ปฏิบัติเพื่อให้ มาตรการต่างๆ ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น จะได้ผ่อนคลายเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยเราติดตามสถานการณ์ทุกวัน และ จะประเมินทุก 7 วัน

เมื่อถามถึง มาตรการที่ออกเพิ่มเติมจากมาตรการเคอร์ฟิว ที่ไม่ให้ออกมาในช่วงเวลากลางวัน ถือเป็นการขอความร่วมมือหรือคำสั่งห้าม ว่า พล.อ.ณัฐพล ขอบคุณสำหรับคำถามนี้ เพราะเป็นคำถามที่จะมีลักษณะ ของการบังคับใช้สองห้วง คือ ห้วงเคอร์ฟิวเราจะใช้คำว่าห้ามเลยแต่ในช่วงของนอกเคอร์ฟิวยังมีความจำเป็นต้องเน้นในบางกิจการและบางกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ขอใช้คำว่าให้ไปก่อน คือให้งด ให้หลีกเลี่ยง เพราะเมื่อถึงมาตรการที่เข้มข้นต่อไปอาจจะจำเป็นต้องใช้คำว่าห้ามเมื่อถึงคำว่าห้ามแล้วคงมีกิจการกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นน้อยกว่านี้มาก

เมื่อถามว่า กรณีประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่จะเดินทางเข้ามาฉีดวั คซี นในกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ได้ห้ามการโดยสารทางเครื่องบินแล้ว ยังสามารถเดินทางโดยการขับรถได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สำหรับประเด็นนี้แบ่งได้เป็นหลายกรณีคือ ตามปกติการฉี ดวั คซี นจะฉี ดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เว้นแต่ได้รับนัดให้มาฉี ดในกรุงเทพฯ

ถ้ามีใบนัดหรือมีหลักฐานแสดงการนัด ก็ขอให้แสดงหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามข้อกำหนด แต่ในกรณีการเดินทางนั้น ทางศบค. มีความห่วงใยไม่อยากให้พี่น้องประชาชนที่มาจากในพื้นที่ความเข้มต่ำกว่าเดินทางมายังพื้นที่ที่มีความเข้มสูงกว่า เช่น จากพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่สีส้ม เดินทางมาในพื้นที่สีแดงเข้ม เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ย งในการติด CV-19

เมื่อถามว่า การเปิดสถานพยาบาลได้ตามข้อกำหนดนั้น รวมถึงโรงพยาบาลสัตว์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า รวมโรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะเป็นกิจการด้านบริการสาธารณสุขและแง่มนุษยธรรม โดยปัจจุบันพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่มีสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในความดูแลและมีความผูกพัน ดังนั้นหากสัตว์ไม่สบายก็มีความจำเป็นต้องรับการรักษาพยาบาล

เมื่อถามว่าศบค.ประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ศบค.ระบุมาหลายครั้งแล้วว่า ความสำเร็จในการควบคุมโร คจะประกอบด้วย 3 ส่วนแรก คือ หน่วยงานภาครัฐต้องมีความเข้มข้นจริงจังในการควบคุมโร ค ภาคเอกชนให้การสนับสนุนตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด และประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการทั้งของภาครัฐและเอกชนกำหนดเพิ่มเติม

และส่วนที่ 4 ที่จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการให้มีประสิทธิภาพได้คือ สื่อมวลชนทำความเข้าใจกับประชาชนจะทำให้มาตรการมีประสิทธิผล หาก 4 ส่วนนี้ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง ศบค.คาดว่าสถานการณ์น่าจะเอาอยู่ แต่ลำพังศบค.อย่างเดียว ต่อให้มีมาตรการเข้มงวดอย่างไรแต่ที่เหลือไม่ให้ความร่วมมือก็คิดว่าไม่น่าจะเอาอยู่

เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างของศบค.แล้วนำผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นมาร่วมอีกหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า ปัจจุบันโครงสร้างศบค.ทำงานได้อย่างดี บางครั้งการให้ข้อมูลอาจแตกต่างกันบ้างแต่หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกัน ยืนยันทีมเดิมโครงสร้างเดิมยังมีประสิทธิภาพอยู่ ส่วนจะมีผู้เชี่ยวชาญมาเพิ่มเติมหรือไม่อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาแต่ส่วนตัวคิดว่าโครงสร้างปัญจุบันมีความพร้อมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนทำตามมาตรการด้วยนะคะ

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *